สรุปจ่ายเพิ่มแล้วได้อะไร? ประกันสังคม ม.33 ปรับฐานเงินเดือนใหม่ 2026 จ่ายสูงสุด 875 บาทต่อเดือน

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำเอาชาวออฟฟิศและมนุษย์เงินเดือนมาตรา 33 ต้องหันมาเช็กสลิปเงินเดือนกันเพราะตั้งแต่ 1 มกราคม 2026 เป็นต้นไป ประกันสังคมได้ประกาศปรับเพดานเงินสมทบใหม่เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี จากเดิมที่เคยเพดานสูงสุดที่ 750 บาท (ฐานเงินเดือน 15,000 บาท) ขยับขึ้นเป็น 875 บาทต่อเดือน (สำหรับคนที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 17,500 บาทขึ้นไป)
เชื่อว่าหลายคนคงแอบถอนหายใจตั้งคำถามในใจว่า แล้วเงินที่โดนหักเพิ่มไปเนี่ย มันหายไปเฉยๆ หรือเราได้อะไรกลับมาคุ้มค่าหรือเปล่า?
การปรับเพิ่มครั้งนี้ไม่ใช่การจ่ายฟรี แต่มาพร้อมกับ การอัปเกรดสิทธิประโยชน์ แบบยกแผง ไม่ว่าจะเป็นเงินทดแทนตอนว่างงานที่มากขึ้น, เงินบำนาญตอนเกษียณที่สูงขึ้น, ไปจนถึงค่าคลอดบุตรที่ช่วยเบาภาระคุณแม่ได้มากกว่าเดิม เรียกได้ว่าเป็นการจ่ายเพิ่มเพื่อประกันความมั่นคงในอนาคตให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามค่าครองชีพปัจจุบันนั่นเอง
ถ้าคุณอยากรู้ว่าเงิน 125 บาทที่จ่ายเพิ่มไปในแต่ละเดือน จะเปลี่ยนเป็นสวัสดิการก้อนโตให้คุณในรูปแบบไหนบ้าง? TIPINSURE สรุปมาให้เช็กสิทธิของคุณไปพร้อมกัน
3 ระยะการปรับฐาน เราต้องจ่ายเพิ่มเท่าไหร่ และเมื่อไหร่?
การปรับเพิ่มเพดานเงินสมทบไม่ได้ปรับรวดเดียวจบ แต่ประกันสังคมใช้วิธี ทยอยปรับ เพื่อให้ทั้งลูกจ้างและนายจ้างมีเวลาปรับตัวครับ โดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้
| ระยะเวลา | เพดานเงินเดือนสูงสุด | เงินสมทบสูงสุด (5%) |
ส่วนต่างที่จ่ายเพิ่ม (จากเดิม 750 บาท) |
| ระยะที่ 1 (2026 - 2028) | 17,500 บาท | 875 บาท | + 125 บาท |
| ระยะที่ 2 (2029 - 2031) | 20,000 บาท | 1,000 บาท | + 250 บาท |
| ระยะที่ 3 (2032 เป็นต้นไป) | 23,000 บาท | 1,150 บาท | + 400 บาท |
ใครได้รับผลกระทบ? หากคุณมีเงินเดือน ไม่เกิน 15,000 บาท คุณยังจ่าย 5% เท่าเดิม (สูงสุดไม่เกิน 750 บาท) ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม แต่คนที่จะจ่ายเพิ่มคือกลุ่มที่มีเงินเดือน 15,001 บาทขึ้นไป
จ่ายเพิ่มแล้วได้อะไร? สิทธิประโยชน์อัปเกรดปี 2026
เมื่อฐานเงินสมทบสูงขึ้น สิ่งที่จะสูงตามคือเงินทดแทนและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่คำนวณจากฐานเงินเดือน มาดูกันว่าในระยะแรก (จ่าย 875 บาท) คุณได้อะไรเพิ่มบ้าง
1. เงินบำนาญชราภาพ (หัวใจสำคัญในระยะยาว)
นี่คือส่วนที่คุ้มที่สุด เพราะเงินบำนาญคำนวณจากฐานเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย
- ส่งครบ 15 ปี : จากเดิมได้ 3,000 บาท/เดือน เพิ่มเป็น 3,500 บาท/เดือน
- ส่งครบ 25 ปี : จากเดิมได้ 5,250 บาท/เดือน เพิ่มเป็น 6,125 บาท/เดือน
(และจะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ เมื่อฐานขยับไปถึง 23,000 บาทในอนาคต)
2. เงินสงเคราะห์คลอดบุตร
คุณแม่เตรียมเฮ! เพราะเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร (คิดที่ 50% ของฐานเงินเดือน เป็นเวลา 90 วัน) จะขยับก้อนโตขึ้น
- จากเดิม 22,500 บาท เพิ่มเป็น 26,250 บาทต่อครั้ง
3. เงินทดแทนกรณีว่างงาน
ในวันที่ต้องเปลี่ยนงานหรือตกใจเพราะบริษัทเลิกจ้าง เงินส่วนนี้จะช่วยประคองคุณได้มากขึ้น
- จากเดิมสูงสุด 7,500 บาท/เดือน เพิ่มเป็น 8,750 บาท/เดือน
4. เงินชดเชยกรณีเจ็บป่วยและทุพพลภาพ
- กรณีเจ็บป่วย : เงินทดแทนการขาดรายได้เพิ่มเป็นวันละ 291 บาท (จากเดิม 250 บาท)
- กรณีทุพพลภาพ : รับเงินชดเชยรายเดือนเพิ่มเป็น 8,750 บาท/เดือน ตลอดสิทธิ
5. เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต
- จ่ายให้กับทายาทเพิ่มขึ้นเป็น 105,000 บาท (จากเดิม 90,000 บาท)
สรุปจ่ายเพิ่ม 125 บาท คุ้มหรือไม่?
ถ้ามองในแง่การลงทุน เงิน 125 บาทต่อเดือน (หรือปีละ 1,500 บาท) แลกกับการได้เงินบำนาญเพิ่มขึ้นทุกเดือนไปตลอดชีวิตหลังเกษียณ และเงินชดเชยกรณีว่างงานหรือคลอดบุตรที่เพิ่มขึ้นหลักพันถึงหลักหมื่น ถือเป็นการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขที่คุ้มค่าสำหรับมนุษย์เงินเดือนยุค 2026
นอกจากนี้ อย่าลืมว่านายจ้างก็ต้องควักเงินสมทบเพิ่มในจำนวนที่เท่ากับคุณด้วย เท่ากับว่าคุณออม 125 บาท แต่มียอดเงินวิ่งเข้ากองทุนเพิ่มถึง 250 บาทเลยทีเดียว
ประกันสังคมปรับใหม่ให้สิทธิเพิ่ม แต่ทำไมยังต้องมีประกันเสริมจากทิพยประกันภัย
แม้ว่าการปรับฐานประกันสังคมในปี 2026 จะช่วยให้คุณได้รับเงินชดเชยและบำนาญที่สูงขึ้น แต่ต้องยอมรับว่าสิทธิประโยชน์พื้นฐานบางอย่างอาจยังมีช่องว่าง โดยเฉพาะเรื่องของความสะดวกรวดเร็วในการรักษาพยาบาล หรือวงเงินคุ้มครองอุบัติเหตุที่อาจไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพในปัจจุบัน
การเลือกทำประกันเพิ่มเติมกับทิพยประกันภัย จึงสำคัญที่จะเข้ามาเติมเต็มคุณภาพชีวิตของคุณให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
- ไม่ต้องรอคิว เลือกโรงพยาบาลได้เอง : สิทธิประกันสังคมอาจจำกัดเฉพาะโรงพยาบาลตามสิทธิ แต่หากคุณมีประกันสุขภาพทิพยประกันภัย คุณสามารถเลือกเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำได้ทันที สะดวก รวดเร็ว และได้รับการดูแลที่เหนือระดับ
- ค่าห้องและค่ารักษาที่ครอบคลุม : ในวันที่ต้องแอดมิท ส่วนต่างค่าห้องมักเป็นภาระใหญ่ ประกันจากทิพยจะเข้ามาช่วยดูแลส่วนต่างเหล่านี้ รวมถึงค่าเวชภัณฑ์และค่าหมอที่คุณไม่ต้องควักเงินจ่ายเอง
- ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) : ประกันสังคมชดเชยกรณีอุบัติเหตุในระดับหนึ่ง แต่ TIP PA ให้วงเงินคุ้มครองที่สูงกว่า ครอบคลุมทั้งค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุตลอด 24 ชั่วโมง และเงินชดเชยรายได้ที่ช่วยให้ครอบครัวไม่ลำบากหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน
- ลดหย่อนภาษีได้สองต่อ : นอกจากเงินสมทบประกันสังคมจะลดหย่อนภาษีได้แล้ว เบี้ยประกันสุขภาพจากทิพยประกันภัยยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 25,000 บาท (ตามเงื่อนไขสรรพากร) ช่วยให้คุณวางแผนภาษีปี 2026 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประกันสังคมคือพื้นฐาน แต่ทิพยประกันภัยคือความอุ่นใจที่เลือกได้ ให้เราช่วยดูแลความเสี่ยงแทนคุณ เพื่อให้คุณใช้ชีวิตวัยทำงานได้อย่างเต็มที่ และมีความสุขกับสวัสดิการที่คัดสรรมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ สอบถามรายละเอียดได้ที่ TIPINSURE.COM หรือโทร. 1736