พลุ ประทัด! วิธีปลอบโยนกับอาการกลัวเสียงดังของสัตว์เลี้ยงช่วงเคานต์ดาวน์

ใกล้จะถึงช่วงเวลาแห่งความสุขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่แล้ว! หลายคนเตรียมเฉลิมฉลองด้วยงานปาร์ตี้ ออกไปชมพลุสวยๆ แต่ในขณะที่เราสนุกสนาน เจ้าสี่ขาแสนรักที่บ้านอาจกำลังเผชิญกับความหวาดกลัวขั้นสุด จากเสียงประทัดและพลุดังสนั่น อาการตื่นกลัวเสียงดังของสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องปกติที่เจ้าของต้องใส่ใจ มันคือสัญญาณของความเครียดและอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของพวกเขา
ถ้าคุณกำลังกังวลว่าปีใหม่นี้จะทำยังไงให้น้องหมาน้องแมวรู้สึกปลอดภัย ไม่วิ่งพล่าน ไม่ซ่อนตัวจนหาไม่เจอ TIPINSURE มีคำแนะนำดีๆ ที่จะช่วยให้คุณเตรียมพร้อมรับมือ และปลอบโยนให้พวกเขารู้สึกผ่อนคลาย ในคืนที่เต็มไปด้วยเสียงดังรอบตัว!
ทำไมเสียงพลุ ประทัดถึงทำให้สัตว์เลี้ยงตื่นกลัว?
เสียงพลุและประทัดคือสิ่งที่สัตว์เลี้ยงมองว่าเป็นภัยคุกคาม เพราะพวกเขามีประสาทการได้ยินที่ไวและกว้างกว่ามนุษย์มาก เสียงที่คุณว่าดัง สำหรับสุนัขและแมวจะดังแบบทวีคูณ จนทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยทันที
นอกจากนี้ เสียงดังแบบฉับพลันและคาดเดาไม่ได้จะไปกระตุ้นสัญชาตญาณสู้หรือหนี ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียด หัวใจเต้นเร็ว หายใจหอบ และรีบหาที่หลบโดยอัตโนมัติ ยิ่งเมื่อสัตว์เลี้ยงไม่รู้ว่าเสียงมาจากไหนและจะหยุดเมื่อไหร่ ความรู้สึกควบคุมไม่ได้นี้จะยิ่งเพิ่มความวิตกกังวล จนแสดงอาการกลัวอย่างชัดเจน
สัญญาณว่าสัตว์เลี้ยงกำลังกลัวเสียงดัง
เมื่อสัตว์เลี้ยงรู้สึกหวาดกลัวเสียงพลุหรือประทัด พวกเขามักส่งสัญญาณชัดเจนให้เราเห็น เจ้าของจึงควรสังเกตพฤติกรรมเหล่านี้เพื่อเข้าช่วยได้ทันเวลา อาการที่มักพบคือ เดินวนไปมาไม่หยุด เหมือนหาทางหนี ซุกตามมุมหรือแอบในพื้นที่แคบที่สุดเพื่อให้รู้สึกปลอดภัย บางตัวอาจพยายามหนีจริงๆ เช่น วิ่งชนประตู หรือส่งเสียงครางออกมา รวมถึงขับถ่ายไม่เป็นที่เพราะตกใจ
ด้านสัญญาณทางกายภาพก็สังเกตได้ไม่ยาก เช่น หอบหายใจถี่แม้ไม่ได้ออกแรง ตัวสั่นหรือเกร็งไปทั้งตัว น้ำลายไหลมากผิดปกติ เลียริมฝีปากซ้ำๆ และมีท่าทางหมอบราบพร้อมหูที่พับไปด้านหลัง ทั้งหมดนี้คือสัญญาณว่าพวกเขากำลังหวาดกลัวและต้องการความช่วยเหลือจากเจ้าของอย่างมาก
เตรียมบ้านให้ปลอดภัยก่อนเริ่มเคานต์ดาวน์
การเตรียมพร้อมล่วงหน้าคืออาวุธสำคัญที่จะลดระดับความเครียดของสัตว์เลี้ยงก่อนถึงช่วงเคานต์ดาวน์
- สร้าง Safe Zone : จัดมุมหลบภัยที่มิดชิดและเงียบสงบในบ้าน ซึ่งเป็นบริเวณที่สัตว์เลี้ยงรู้สึกปลอดภัยที่สุด ใส่ของที่คุ้นเคย เช่น ผ้าห่ม, เสื้อผ้าของเจ้าของ และชามน้ำ
- เสียงบำบัดช่วยได้ : เปิดเพลงคลาสสิกสำหรับสัตว์เลี้ยง หรือเสียง White Noise/Brown Noise/TV (ในระดับเสียงที่ดังพอสมควร) เพื่อกลบเสียงพลุจากภายนอก ไม่ให้เข้ามาสร้างความตกใจได้ง่าย
- เตรียมความพร้อมร่างกาย : การออกกำลังกายให้เหนื่อยล้า เช่น การวิ่ง, การเล่นคาบของ จะช่วยให้สัตว์เลี้ยงผ่อนคลายและง่วงนอนได้ง่ายขึ้นเมื่อถึงเวลาที่เสียงพลุดัง
- ใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยผ่อนคลาย : การใช้ปลอกคอ/สเปรย์ฟีโรโมนสังเคราะห์ (Synthetic Pheromones) หรือการใช้เสื้อ Thundershirt/Anxiety Wrap ที่ช่วยโอบรัดตัวคล้ายการกอด จะช่วยให้พวกเขารู้สึกมั่นคงและลดความกังวลได้
ดูแลและปลอบโยนระหว่างเสียงดัง
เมื่อถึงช่วงเวลาที่เสียงดังสนั่น การกระทำของคุณมีความสำคัญต่อการจัดการความกลัวของสัตว์เลี้ยง
- ห้ามทำสิ่งนี้เด็ดขาด! : อย่าโอ๋หรือปลอบโยนด้วยการพูดเสียงสูงหรือให้ความสนใจเกินเหตุ เพราะสัตว์เลี้ยงจะตีความว่าพฤติกรรมกลัวนั้นเป็นสิ่งที่สมควรได้รับรางวัลหรือความสนใจ และจะกลัวยิ่งขึ้นในครั้งต่อไป และห้ามลงโทษ หรือตะคอกเด็ดขาด เพราะจะยิ่งเพิ่มความเครียดและความสับสน
- อยู่เคียงข้างคือคำตอบ : วิธีนั่งอยู่เป็นเพื่อนอย่างสงบ นิ่งเฉย แต่แสดงความมั่นคง เช่น การนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ ใกล้ๆ ในพื้นที่ปลอดภัยของเขา โดยไม่ต้องสบตาหรือสัมผัสหากเขาไม่ต้องการ การกระทำนี้ส่งสัญญาณว่าไม่มีอะไรต้องกลัว
- เบี่ยงเบนความสนใจด้วยกิจกรรม : ใช้ของเล่นที่ซ่อนขนม หรือกระดูกสำหรับเคี้ยวที่ต้องใช้เวลานาน การให้สัตว์เลี้ยงจดจ่อกับการกินจะช่วยกระตุ้นสมองส่วนที่เกี่ยวกับการผ่อนคลาย
- ปิดม่าน ปิดไฟ : ลดการมองเห็นแสงวาบของพลุ เพื่อลดการกระตุ้นประสาทสัมผัส ปิดหน้าต่างให้สนิทเพื่อลดเสียงที่จะเล็ดลอดเข้ามา
เมื่อเสียงสงบลงแล้วควรทำอย่างไรต่อ
- ใจเย็นไว้ก่อน : การอนุญาตให้สัตว์เลี้ยงใช้เวลาในการออกมาจากที่ซ่อนด้วยตัวเอง อย่าเร่งรัดหรือลากเขาออกมาจาก Safe Zone ทันที รอจนกว่าเขาจะแสดงความสนใจที่จะกลับมาทำกิจกรรมตามปกติ
- เช็กความเรียบร้อย : เช็กอาการบาดเจ็บทางกายภาพ เช่น รอยถลอกจากการพยายามหนี หรือภาวะเครียดหลังเหตุการณ์ เช่น การดื่มน้ำมากผิดปกติ และให้รางวัลเมื่อเขากลับสู่ภาวะปกติ
ทางเลือกในระยะยาวสำหรับภาวะกลัวเสียง
หากปัญหาการกลัวเสียงดังเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี คุณควรหาทางออกในระยะยาว
- ปรึกษาสัตวแพทย์ : สำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีอาการกลัวรุนแรง การขอคำแนะนำเรื่องการใช้ยาหรืออาหารเสริมที่ช่วยลดความกังวล ชั่วคราวในช่วงที่มีเสียงดัง ถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยภายใต้การดูแลของแพทย์
- ฝึกปรับพฤติกรรม : การฝึกที่ต้องใช้เวลา โดยการบำบัดด้วยเสียง เปิดเสียงพลุในระดับที่เบามาก (จนสัตว์เลี้ยงไม่แสดงอาการกลัว) ในเวลาสั้นๆ และให้รางวัล เมื่อเขาคุ้นชินแล้วจึงค่อยๆ เพิ่มระดับเสียงขึ้นทีละน้อย การฝึกนี้จะช่วยให้สัตว์เลี้ยงเรียนรู้ว่าเสียงดังไม่ใช่เรื่องอันตราย
ป้ายชื่อ ไมโครชิป สำคัญมากในช่วงเคานต์ดาวน์
ความตื่นกลัวอย่างรุนแรงจากเสียงพลุและประทัดคือสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้สัตว์เลี้ยงมีพฤติกรรมหนีเพื่อเอาชีวิตรอด พวกเขาสามารถพังประตูรั้ว หรือกระโดดข้ามกำแพงด้วยความตกใจจนหลงทาง ดังนั้น อุปกรณ์ระบุตัวตนจึงเป็นแผนสำรองสุดท้ายที่สำคัญที่สุดที่คุณต้องเตรียมพร้อม
- ป้ายชื่อ (ID Tag) ต้องมีและต้องอัปเดต : สัตว์เลี้ยงทุกตัวควรสวมปลอกคอพร้อมป้ายชื่อที่ติดอยู่ตลอดเวลาในช่วงเทศกาล สิ่งที่สำคัญที่สุดบนป้ายคือ เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อเจ้าของได้ทันที ป้ายชื่อคือวิธีที่ง่ายและเร็วที่สุดที่คนที่พบเห็นจะโทรแจ้งคุณได้
- ไมโครชิป (Microchip) : หากปลอกคอหลุดหรือป้ายชื่อหาย ไมโครชิปคือหลักฐานถาวรเดียวที่ยืนยันความเป็นเจ้าของได้ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไมโครชิปของสัตว์เลี้ยงถูกลงทะเบียนและข้อมูลการติดต่อของคุณ (เบอร์โทรศัพท์และที่อยู่) เป็นปัจจุบัน หากสัตว์เลี้ยงของคุณถูกนำไปที่คลินิกสัตวแพทย์หรือศูนย์ช่วยเหลือ พวกเขาจะใช้เครื่องสแกนชิปเพื่อตามหาคุณได้ทันที
เสริมเกราะคุ้มครองด้วยประกันสัตว์เลี้ยง
การดูแลสัตว์เลี้ยงในช่วงเทศกาลที่มีเสียงดังนั้น การเตรียมพร้อมทางการเงินก็สำคัญไม่แพ้กัน นอกจากวิธีป้องกันทั้งหมดแล้ว การมีประกันสัตว์เลี้ยงจากทิพยประกันภัย ถือเป็นอีกหนึ่งเกราะคุ้มครองที่เจ้าของไม่ควรมองข้าม เพราะเสียงดังไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดโรคเครียด แต่อาจนำไปสู่การบาดเจ็บจากการหนี หรืออุบัติเหตุต่างๆ หากสัตว์เลี้ยงวิ่งหนีไปนอกบ้าน
ประกันสัตว์เลี้ยง จะช่วยลดภาระค่ารักษาพยาบาล ที่อาจเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายจากการบาดเจ็บทางร่างกาย หรือการบำบัดภาวะความเครียดรุนแรง ให้คุณสามารถพาเจ้าตัวเล็กเข้ารับการรักษาได้อย่างรวดเร็วและเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดได้ที่ TIPINSURE.COM หรือโทร. 1736